Monday, December 19, 2011

"ภาษี" เรื่องวุ่นๆที่คุณก็ควรรู้ ตอน วิธีคิดภาษี

ก่อนอื่นก็ต้องขอแนะนำตัวกันก่อนเลยดีกว่านะคะ เพราะว่าเพิ่งจะเริ่มเปิดใช้งานบล็อกนี้เป็นครั้งแรก และบทความนี้ก็เป็นบทความแรก ซึ่งในบทความนี้จะขอเขียนเหมือนตัวเองเล่าเรื่องให้คนอื่นฟังนะคะ ดังนั้นก็แนะนำตัวก่อนแล้วกัน ...

ก็ชื่อนุ้ยนะคะ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 ภาควิชาการเงินและการธนาคาร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ ซึ่งตัวนุ้ยเองเนี่ยก็ยังไม่เคยจะได้ยื่นแบบเสียภาษีอะไรแบบนี้หรอกนะคะ แต่ว่านุ้ยได้มีโอกาสไปช่วยงานเกี่ยวกับกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษีมาอะนะคะ ซึ่งการได้ช่วยงานเนี่ยก็ทำให้นุ้ยได้มีความรู้เรื่องภาษี วิธีการคำนวณ และลดหย่อนภาษีมาพอสมควรอะนะคะ นอกจากนี้เนี่ย จากการได้มีโอกาสได้คุยกับแต่ละคนที่เข้ามาในงานเพื่อให้ช่วยคำนวณภาษีให้เนี่ยก็ทำให้นุ้ยได้เจอคำถามที่น่าสนใจเต็มไปหมดเลย แล้วนุ้ยเองก็คิดว่าหลายๆคำถามเนี่ยเป็นสิ่งที่ควรเอามาบอกให้ทุกคนได้รู้กันไว้ จะได้เอาไว้ใช้กับตัวเองได้ ดังนั้นก็เลยตัดสินใจสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อหวังว่าจะมีประโยชน์กับใครหลายๆคนที่ได้มาอ่านไม่มากก็น้อยค่าาา

ก็วันนี้มาเริ่มต้นกันที่เรื่องของวิธีการคิดภาษีเบื้องต้นก่อนเลยดีกว่าค่ะ เพราะนุ้ยรู้สึกว่าเรื่องนี้เนี่ยคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการคำนวณภาษีเยอะเหมือนกันนะคะ ซึ่งนุ้ยก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นด้วยค่ะ ดังนั้นเรามาลองดูวิธีการคิดภาษีขั้นบันไดตามหลักที่ถูกต้องกันเลยดีกว่าค่ะ

เริ่มด้วยเรื่องฐานภาษีซึ่งนุ้ยคิดว่าหลายๆคนก็ต้องรู้อยู่แล้วแหละว่าอัตราภาษีที่ต้องเสียเนี่ยเค้าแบ่งออกเป็นช่วงๆแบบนี้....





พอเห็นแบบนี้แล้วหลายๆคนก็จะบอกว่าอืมๆๆๆอันนี้รู้แล้วล่ะไม่ต้องบอกก็ได้ ซึ่งจริงแล้วแล้วคุณรู้จริงรึเปล่าต้องขอทดสอบกันหน่อยด้วยคำถามนี้ค่ะ

ถ้าปีนี้คุณมีรายได้หลังหักค่าลดหย่อนต่างๆไปแล้ว 1,500,000 บาทคุณจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่?????

พอถึงตอนนี้แล้วนุ้ยว่าคงมีหลายๆคนตอบแหละค่ะว่า แหมๆๆๆคำถามแค่นี้ง่ายนิดเดียว ก็ตอนนี้ฐานภาษีมันตกอยู่ในช่วงรายได้ 1,000,001 - 4,000,000 บาท อัตราภาษีก็คิดที่ 30% ดังนั้นภาษีที่ต้องจ่ายก็ต้องเท่ากับ 30% x 1,500,000 ซึ่งก็คือ 450,000 สิไม่เห็นยากเลย

นุ้ยก็ขอบอกเลยค่ะว่าผิดอย่างแรงเลยค่ะ!!!!

จริงๆแล้วอัตราภาษีเค้าจะคิดแบบขึ้นบันไดนะคะ เพื่อที่จะทำให้เห็นภาพนุ้ยเลยขอเปรียบเทียบเงิน 1,500,000 บาท เป็นเหมือนก้อนอะไรซักอย่างก้อนนึงนะคะ ซึ่งเราจะนำก้อนๆนี้มาแบ่งใส่ลงในถัง 5 ถังคะ ซึ่งแต่ละถังก็คือขั้นบันไดภาษีนั่นเอง โดยความจุของแต่ละถังเท่ากับความกว้างของแต่ละช่วงรายได้ค่ะ อธิบายอย่างนี้อาจจะงงๆกันนิดนึง ดังนั้นนุ้ยขอทำเป็นภาพให้ดูเลยนะคะ





ก็คือว่าในตอนแรกนุ้ยเอาเงิน 1,500,000 บาทก้อนนี้เนี่ยมาแบ่งใส่ลงในถังแรกก่อน ซึ่งถังแรกเนี่ยจุเงินได้แค่ 150,000 บาท ดังนั้นเราก็เลยยังเหลือเงินอีก 1,350,000 บาท หลังจากนั้นนุ้ยก็นำเงิน 1,350,000 บาทนี้มาแบ่งใส่ต่อในถังที่สองต่อให้เต็มซึ่งถังที่สองนี้มีความจุเท่ากับ 350,000 บาท เราก็จะเหลือเงินอีก 1,000,000 บาท แล้วนุ้ยก็แบ่งเงินก้อนที่เหลือไปใส่ลงไปในถังต่อไปเรื่อยๆจนเงินที่นุ้ยถืออยู่หมดไป แล้วหลังจะนั้นก็นำเงินในถังต่างๆมาคิดภาษีตามอัตราของแต่ละถังได้เลย นั่นก็คือ...

เงิน 150,000 บาทในถังแรก ไม่ต้องเสียภาษี

เงิน 350,000 บาทในถังที่สองเสียภาษี 10% ซึ่งคิดได้เท่ากับ 10% x เงินในถัง = 35,000 บาท

เงิน 500,000 บาทในถังที่สามเสียภาษี 20% ซึ่งคิดได้เท่ากับ 20% x 500,000 = 100,000 บาท

เงิน 500,000 บาทในถังที่สี่เสียภาษี 30% ซึ่งคิดได้เท่ากับ 30% x 500,000 = 150,000 บาท

ดังนั้นโดยรวมแล้วเงินก้อนนี้ต้องเสียภาษี 35,000 + 100,000 + 150,000 = 285,000 บาทไม่ใช่ 450,000 บาทนะคะ


จากตัวอย่างที่ได้ยกไปก็หวังว่าคงทำให้หลายๆคนเข้าใจเรื่องการคำนวณภาษีแบบอัตราก้าวหน้ามากขึ้นนะคะ ยังไงวันนี้ก็ขอจบบทความเพียงเท่านี้ก่อนแล้วกันนะคะ ติดตามเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษีได้ใหม่ตอนหน้าค่า :))

2 comments: